แหลมพรหมเทพ

จุดชมอาทิตย์ตกก่อนใครที่สวยที่สุดในเมืองไทย เป็นแหลมที่อยู่ใต้สุดของเกาะภูเก็ตห่างจากตัวเมืองประมาณ 19 กม.มีลักษณะเป็นแหลมโค้งไล่ระดับทอดตัวสู่ท้องทะเล รอบข้างแวดล้อมด้วยต้นตาลที่ขึ้นแทรกอยู่เรียงรายตาม ต้นหญ้าที่พัดพลิ้วด้านขวาเป็นหาดในหาน

หาดป่าตอง

แดนสวรรค์ของเมืองภูเก็ต ที่มีนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับต้นๆ

หาดกะตะ

หาดกะตะน้อยเป็นชายหาดที่อยู่ถัดจากหาดกะตะใช้เวลาเดินทางจากหาดกะตะเพียง 5 นาที

รวมเรื่องราวต่างๆของผู้หญิง

ผู้หญิงมีเรื่องราวต่างๆมากมาย

รวมบทความเพื่อสุขภาพ

บทความเกี่ยวกับสุขภาพ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

23 กุมภาพันธ์ 2558

น้ำมันมะพร้าวกับคุณสมบัติชั้นเลิศ.. เพื่อความงาม

ใครเลยจะเชื่อบ้างคะว่าน้ำมันมะพร้าวที่เราเห็นๆ กันผ่านตา จะมากด้วยคุณประโยชน์เพื่อบำรุงความงามชั้นเลิศได้ดี สำหรับสาวๆ คนไหนที่รักสวยรักงาม เชื่อว่าเธอจะต้องโปรนปรานการใช้น้ำมันมะพร้าวในการดูแลตัวเองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าแน่นอน
แต่สำหรับสาวคนไหนที่ยังไม่รู้ว่าประโยชน์จากน้ำมันมะพร้าวมีดีต่อความสวยความงามยังไงบ้าง ตามเรามาดูคำตอบกันเลย!
น้ำมันมะพร้าวกับคุณสมบัติชั้นเลิศ.. เพื่อความงาม
น้ำมันมะพร้าวกับคุณสมบัติชั้นเลิศ.. เพื่อความงาม
ฟื้นบำรุงผมเสียให้นุ่มสลวยสุขภาพดีก่อนที่เราจะสระผม เราสามารถนำน้ำมันมะพร้าวมาชโลมเส้นผมให้ทั่วทิ้งไว้ 15-20 นาทีได้นะคะ หรือจะอีกหนึ่งสูตรก็คือ หลังจากสระผมเสร็จแล้ว ให้คุณชโลมเส้นผมด้วยน้ำมันมะพร้าวจากนั้นนำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาด มาคลุมศีรษะเอาไว้ประมาณ 20 นาที เพียงเท่านี้มันก็จะซึมซาบเข้าสู่แกนลึกของเส้นผม และฟื้นบำรุงผมแห้งเสียให้กลับมามีน้ำหนักเงางามอย่างใจแล้วค่ะ
น้ำมันมะพร้าวกับคุณสมบัติชั้นเลิศ.. เพื่อความงาม
น้ำมันมะพร้าวกับคุณสมบัติชั้นเลิศ.. เพื่อความงาม
ช่วยผิวเก็บล็อกความชุ่มชื้นสำหรับสาวผิวแห้ง บอกเลยว่าผิวคุณจะต้องกลับมานุ่มชุ่มชื้นและสวยเปล่งปลั่งดั่งใจอีกครั้งแน่นอน เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวไม่เพียงมีไขมันชนิดดีและมีวิตามินอีสูง ซึ่งเป็นทั้งสารต้านอนุมูลอิสระโดยจะช่วยชะลอทั้งการเกิดริ้วรอยได้แล้ว แต่เท่านั้นมันยังไม่พอหรอกค่ะ เพราะหากคุณนำมาทาผิวหน้าและนวดให้เข้าผิวก่อนนอนเป็นประจำ มันจะช่วยให้ผิวอิ่มเอิบ เปล่งปลั่งและมีน้ำมีนวลทันตา แถมยังทำให้ผิวสามารถเก็บล็อกอิ่มน้ำไว้ภายในได้อย่างยาวนานมากขึ้นอีกด้วย เมื่อเทียบกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้มอยส์เจอไรเซอร์ตามท้องตลาดทั่วไป น้ำมันมะพร้าวนี่แหละคือ สุดยอดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากธรรมชาติชั้นเยี่ยมที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่งเลยล่ะ
น้ำมันมะพร้าวกับคุณสมบัติชั้นเลิศ.. เพื่อความงาม
น้ำมันมะพร้าวกับคุณสมบัติชั้นเลิศ.. เพื่อความงาม
ปกป้องแสงแดดไม่ให้ทำลายผิวไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่านอกจากการทาครีมกันแดดแล้ว น้ำมันมะพร้าวยังมีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงแดดได้ด้วย แถมยังต่อต้านและยับยั้งการเกิดมะเร็งผิวหนังอันเกิดจากการตากแดดนานได้ด้วยนะคะ นอกจากนี้ สาวคนไหนที่ต้องการมีผิวสีแทน คุณสามารถนำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิวให้ทั่วแล้วไปนอนอาบแดดได้เลย รับรองสีผิวขาวๆ จะเปลี่ยนเป็นสีแทนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องเกรงว่าจะหมองคล้ำจนเกิดฝ้าแดดแน่นอน
น้ำมันมะพร้าวกับคุณสมบัติชั้นเลิศ.. เพื่อความงาม
น้ำมันมะพร้าวกับคุณสมบัติชั้นเลิศ.. เพื่อความงาม
ประโยชน์จากน้ำมันมะพร้าวยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะคะ เพราะมันสามารถนำมาใช้แทนน้ำมันนวดแทนน้ำมันที่เราใช้ตอนนวดสปาได้ด้วย และยังสามารถนำมานวดผิวหน้าเพื่อขจัดคราบเครื่องสำอางออกได้อย่างหมดจด วันไหนไม่มีคลีนซิ่งออยใช้หรือหากเกิดหมดกระทันหัน แค่หยดน้ำมันมะพร้าวใช้.. รับรองได้คุณสมบัติเพื่อผิวสวยครอบจักรวาลแน่นอนค่ะ
เห็นกันแล้วใช่มั้ยคะว่าประโยชน์จากน้ำมันมะพร้าวมีดีต่อความงามเพียงใด ทราบกันแบบนี้แล้ว อย่ามองข้ามคุณสมบัติชั้นเลิศจากน้ำมันมะพร้าวนะจ๊ะสาวๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://women.sanook.com/blog/32543/น้ำมันมะพร้าวกับคุณสมบ


บทความที่เกี่ยวข้อง



22 กุมภาพันธ์ 2558

ไข 6 ข้อกังขา ปัญหาการรักษาสิว

สิว… จะเพียงหรือ 1 เม็ดหรือทั่วใบหน้า ไม่ว่าจะชนิดก็สร้างความไม่มั่นใจให้กับเราได้ทั้งนั้น 
"สิว" เป็นปัญหากวนใจสาวๆมานานหลายยุคหลายสมัย ไม่ว่าจะเป็นสาวชาติไหน วัยไหน สิวก็รังควานได้ไม่เลือกหน้า ทั้งสิวหัวขาว หัวดำ สิวอุดตัน สิวอักเสบ ต่างพากันผลุดๆโผล่ๆ โชว์ตัวกันตามผิวหน้า พาลทำให้สาวๆหลายคนเกิดอาการไม่มั่นใจ หรือในบางรายถึงกลับเป็นโรคเครียด กังวล ซึมเศร้า กับปัญหาสิวบนใบหน้า จนไม่อยากจะออกไปพบปะผู้คนกันเลยก็มี ปัญหาสิวจึงเป็นหนึ่งในปัญหาผิวหนังที่แพทย์ ผิวหนัง นักวิจัย และกูรูความงามให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการสรรหาวิธีการป้องกันรักษาสิวจอมวายร้าย  
ในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาจึงได้มีการวิจัย และนำเสนอวิธีการต่างๆ ที่จะสามารถช่วยให้สาวๆสู้รบปรบมือกับเหล่าสิวร้ายได้ ทั้งแบบวิชาการบ้าง แบบชาวบ้านบ้าง หรือบางทีหลักการแบบแย้งกันเองก็มี สาวๆ หลายคนก็ทำตามกันไป มึนกันไปในบางครั้ง วันนี้จึงอยากจะหยิบเอาเรื่องสิวๆ ที่หลายคนสงสัย จากการที่เคยได้ยิน ได้อ่าน หรือเล่าต่อ ๆ กันมา แต่ก็ยังฟันธงไม่ได้ว่ากิจกรรมทั้งหลายต่อไปนี้ส่งผลกระทบต่อสิวและผิวหน้าของเราอย่างไร และไอที่ “เขาว่ากันมา” ทั้งหลายเนี่ย มันจริงหรือไม่
1 
ยาคุมกำเนิด ช่วยรักษาสิวได้จริงหรือไม่




คำตอบก็คือ จริง แต่ แพทย์ผิวหนังทั้งหลายก็กำชับกันมานักหนาว่าฤทธิ์ของการรักษาสิวจากยาคุมกำเนิดนั้นเป็นเพียงแค่ผลข้างเคียง และสามารถช่วยรักษาสิวที่เกิดจากฮอร์โมนได้เท่านั้น 

เพราะยาคุมกำเนิดประเภทที่เป็นแบบฮอร์โมนรวม คือมีส่วนผสมของ Estrogen และ Progestogen (ซึ่งทางที่ดีควรจะเลือกใช้ยาที่มี Estrogen ในปริมาณที่ต่ำกว่า 50 ไมโครกรัม) ซึ่งเป็นยาคุมชนิดที่จะไปเพิ่มสารประเภทหนึ่งที่มีชื่อว่า “Sex Hormone Bonding Globlulin”  โดยสารตัวนี้จะไปจับกับฮอร์โมน Testosterone ซึ่งก็คือฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้ร่างกายของสาว ๆ ที่กินยาคุมประเภทนี้เข้าไปมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง สะโพกผาย หน้าอกใหญ่ (จริง ๆ แล้วก็คืออาการน้ำคั่งนั่นเอง) 

แต่อย่างไรก็ตามการรับประทานยาคุมกำเนิดนั้นก็อาจจะส่งผลข้างเคียงอีกมากมาย สาว ๆ แต่ละคนที่คิดจะรับประทานเพื่อแก้ปัญหาสิว ก็ควรจะปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อน เพื่อจะได้เลือกยาที่เหมาะสมต่อสุขภาพร่างกายของแต่ละคนนะคะ
2 
ดื่มนมแล้วทำให้เป็นสิว จริงหรือ




ตอบ จริง จากการวิจัยของแพทย์ผิวหนังที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า “นมวัว” สามารถส่วนทำให้ผู้ที่เป็นสิวที่เกิดจากฮอร์โมน เป็นสิวเพิ่มขึ้นได้อีก  

เนื่องจากกระบวนการในการย่อยนมของร่างกายนั้นจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตขึ้นมา ทำให้ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวอย่าง แอนโดรเจน ก็ถูกผลิตขึ้นมาเพิ่มด้วย นอกจากนั้นในนมวัวที่รีดออกมาจากแม่วัวที่เพิ่งคลอดลูก ก็จะมีฮอร์โมนสูง ทำให้เวลาที่คนเราดื่มนมเข้าไป ฮอร์โมนในนมวัวเหล่านี้กลับไปกระตุ้นต่อมไขมันของเราให้ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามัน และเป็นสิวตามมา 

มาถึงตรงนี้สาว ๆ อาจจะคิดว่าอย่างนั้นถ้าดื่มนมวัวพร่องมันเนยแทนล่ะ จะให้ผลข้างเคียงคล้ายกันหรือไม่ คำตอบคือยิ่งให้ผลข้างเคียงมากกว่า เพราะในนมวัวพร่องมันเนยจะไม่มีไขมัน หรือฮอร์โมนบางอย่างที่จะช่วยบาลานซ์สารที่ไปกระตุ้นต่อมไขมันได้ ทำให้นมวัวพร่องมันเนยกลับให้ผลข้างเคียงของการส่งผลกระทบต่อสิวและผิวหน้ามากกว่านมวัวปกติ  ทางที่ดีสาว ๆ ที่มีปัญหาสิวฮอร์โมน ควรจะเปลี่ยนมาดื่มนมที่เป็นสารสกัดจากพืชแทน เช่น นมถั่วเหลือง หรือนมข้าว เป็นต้น
3 
ลดของหวาน ช่วยรักษาสิวได้ จริงหรือไม่



ตอบ จริงมาก การลดของหวาน และน้ำตาลสามารถช่วยลดปัญหาสิวได้อย่างไม่น่าเชื่อ  

เนื่องจากน้ำตาลมีฤทธิ์สองอย่างคือ หนึ่ง ไปกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้ฮอร์โมนที่มีผลต่อสภาพผิวอย่าง แอนโดรเจน ที่ก่อให้เกิดความมัน รูขุมขนกว้าง และขนดก โดยเฉพาะกับผิวหน้าเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นน้ำตาลยังมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการอักเสบ ทำให้คนที่กำลังมีสิวอักเสบอยู่นั้นเกิดการอักเสบมากขึ้น หรือนานขึ้น หากรับประทานของหวานหรือน้ำตาลเข้าไปจำนวนมากมาก 

ดังนั้นสาว ๆ ที่โปรดปรานของหวานเป็นพิเศษ อาจจะต้องกลั้นใจลองลด ละ เลิกดู เพราะการลดของหวานนี้นอกจากจะช่วยเรื่องผิวพรรณแล้ว ยังช่วยเรื่องน้ำหนักตัวของสาว ๆ อีก ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว
4 
ช็อกโกแลต พันธมิตรเรา หรือพันธมิตรสิว



ตอบ ค่อนข้างจริง ที่ช็อกโกแลตมีส่วนทำให้สิวอักเสบ 

คำเตือนของการอ่านคำตอบข้อนี้อาจจะทำให้สาว ๆ หลายคนเศร้ากันไปตาม ๆ กัน อ้างอิงมาจากการวิจัยขององค์กรแพทย์ผิวหนังสหรัฐอเมริกา  โดยนักวิจัยได้ไขข้อกังขาออกมาว่า

ช็อกโกแลตเองนั้นไม่ได้ทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น  แต่กลับมีส่วนกระตุ้นให้สิวที่มีอยู่แล้วนั้นยิ่งอักเสบมากขึ้น โดยเฉพาะช็อกโกแลตที่เป็นดาร์คช็อกโกแลต ส่วนช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของนมจะให้ผลข้างเคียงที่น้อยกว่า ซึ่งก็อาจทำให้สาวๆ  หลายคนโล่งใจออกมาบ้าง เพราะก็ใช่ว่าจะต้องงดการรับประทานช็อกโกแลตกันไปเลย เพียงแต่ถ้าช่วงไหนมีสิว ก็ควรลองหลีกเลี่ยงการรับประทานช็อกโกแลตดู ถือซะว่าเป็นการลดปัจจัยในการทำให้สิวยืนหยัดแข็งแรงอยู่บนผิวหน้าเรา พอสิวหายเมื่อไหร่ช็อกโกแลตก็จะกลับมาเป็นพันธมิตรกับเราได้เหมือนเดิม
5 
น้ำประปา ที่ใช้ล้างหน้า เกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดสิวได้หรือไม่




ตอบ จริง ที่น้ำประปามีส่วนกับการเกิดสิวบนผิวหน้า น้ำประปาในบางที่ หากมีสารธาตุเหล็กเจือปนในปริมาณสูง อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การรักษาสิวของสาว ๆ หลายคนไม่หายสักที 

หืมม ใครจะคิดว่าน้ำประปาเปล่า ๆ นี้ก็มีฤทธิ์แรงใช่ย่อยในการทำให้เกิดสิว เพราะสารเคมีบางอย่างที่ทำให้น้ำสะอาด กลายเป็นว่าทำให้น้ำเกิดกระด้างไปด้วย หรือในภาษาอังกฤษ เรียกว่า hard water วิธีการสังเกตน้ำกระด้างก็คือ เมื่อใช้น้ำกระด้างฟอกกับสบู่แล้วจะทำให้เกิดตะกอน หรือฟองสบู่เกิดน้อย หรือแทบไม่มี ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่ามีเกลือแคลเซียม และแมกนีเซียมเจือปนอยู่ในปริมาณที่มากกว่าน้ำสะอาดปกติ เกลือเหล่านี้จะไปเคลือบหน้าของเรา แล้วทำให้เกิดการอุดตัน 

หากบ้านใคร เมืองใครที่มีน้ำในลักษณะดังว่า ก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะนำมาใช้ล้างหน้า ควรใช้น้ำดื่มมาล้างแทน หรือถ้าใครไม่ติดหรู รู้สึกว่าเป็นวิธีที่เปลือง ก็ให้ลองหาผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่ต้องใช้น้ำมาล้าง หรือลองปรึกษาแพทย์ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องสารและแร่ธาตุในน้ำกระด้างดูค่ะ
6 
การสูบบุหรี่ ทำให้เป็นสิว หรือไม่

ตอบ จริง ที่สารพิษในควันบุหรี่มีส่วนทำให้เกิดสิวอุดตัน และสิวหัวดำบริเวณผิวหน้าได้ ซึ่งก็จะเป็นสิวประเภทที่แตกต่างออกไปจากสิวฮอร์โมน 

ดังนั้นแม้ว่าสาวๆ  คนไหนจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสิวเท่าไหร่นัก แต่หากสูบบุหรี่มาก ๆ ก็จะทำให้รูขุมขนกว้าง เนื่องจากผิวต้องการออกซิเจนมากขึ้น เมื่อรูขุมขนเปิดฝุ่น หรือควันก็จะสามารถเข้าไปสะสมในรูขุมขนทำให้เกิดสิวอุดตัน หรือสิวหัวดำขึ้นมา แต่ก็ไม่เสมอไป บุหรี่อาจจะส่งผลกระทบต่อสาว ๆ ที่มักจะมีปัญหาสิวอยู่แล้วมาตั้งแต่ยังเด็กมากกว่า 

เนื่องจากร่างกายบางคนอาจจะมีฮอร์โมน หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดสิวได้มากกว่า อย่างไรก็ตามการสูบบุหรี่นั้นมีผลเสียต่อผิวอย่างเรื่องรูขุมขนกว้างแน่นอน ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสิวตามมา

สุดท้ายนี้อยากจะฝากข้อคิดเตือนใจให้สาว ๆ ท่องไว้เสมอว่า การดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเอง ไม่ว่าจะเพื่อสุขภาพที่ดี หรือความงาม สาว ๆ ควรจะต้องสังเกต และรู้จักร่างกายของตัวเองให้ดีก่อน ใช่ว่าใครว่าอะไรมาก็ลองทำตามไปหมด โดยเฉพาะหกข้อกังขา ที่วงในบิวตี้นำมาฝาก ก็เพียงแต่เป็นสถิติการวิจัยที่แพทย์ และผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังเสนอออกมาเท่านั้น 

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอาจจะมากหรือน้อยแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล การควบคุมอาหาร หรือกิจกรรมรักษาสิวบางอย่างควรจะเกิดจากการสังเกตุตัวเอง และการศึกษาหาข้อมูลให้มากถึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดีการพักผ่อนให้เพียงพอ จิตใจที่แจ่มใส การออกกำลังกาย และการรับประทานพืช ผัก ผลไม้ เป็นปัจจัยสำคัญตลอดกาลที่สาว ๆ ที่อยากจะมีผิวพรรณที่ดีควรจะพึงกระทำอยู่เสมอ 

ขอบคุณข้อมูล
http://beauty.wongnai.com/articles/6-acne-treatment-doubt

10 ข้อควรรู้ คุณ ทำความสะอาดเครื่องสำอาง บนใบหน้า ได้ถูกวิธีหรือยัง

เดี๋ยวนี้มี นวัตกรรม การทำความสะอาดใบหน้าเต็มไปหมด เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้สาวๆ ในโลกยุคใหม่ ได้ใช้งานอย่างสะดวก ง่ายดาย และรวดเร็วมากขึ้น แต่แน่ใจเหรอว่า สะอาดจริง? วันนี้ ขอพูดถึง เรื่องพื้นฐานของความสวยที่สาวๆ อย่างเราต้องรู้ 10 ข้อนี้ จัดไปนะเธอ

1. จำเป็นมากกกกกกที่ต้องเช็ด – ล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอน 
ใช่ล่ะว่า เราเหนื่อยมากกกกกก จนพร้อมจะหลับได้ทุกเมื่อ หลังจาก เหนื่อยล้ากับงานที่เราตรากตรำมาทั้งวัน ปาร์ตี้จนฟ้าสาง … แต่ไม่มีข้อยกเว้นนะจ๊ะ ขณะที่เราหลับ ผิวเราจะผลัดเซลล์ผิวใหม่เองโดยธรรมชาติ แต่ถ้ายังมีเครื่องสำอางอุดตันรูขุมขน แล้วผิวหน้าเราก็ไม่สามารถหายใจได้ ทำให้เกิดการอุดตันอยู่ในรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุของสิว
2. ต้นตอของปัญหาผิวหน้า เกิดจากการที่คุณไม่เห็นความสำคัญของการทำความสะอาดหน้าอย่างแท้จริง
นอกจากการล้างหน้าไม่สะอาดหมดจดก่อนเข้านอน จะทำให้ผิวหนังอุดตัน จนเกิดสิวแล้ว ยังเป็นสาเหตุของริ้วรอย รอยย่นและ รอยคล้ำรอบดวงตาได้อีกด้วยนะจ๊ะสาวๆ
3. แค่แผ่นเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางเพียงอย่างเดียวไม่พอนะคะ คุณขา
การใช้แผ่นเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางมันอาจจะใช้สะดวก ง่ายดายและรวดเร็วก็จริง แต่นั่นก็ยังไม่หมดจดเสียทีเดียว แผ่นเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางเพียงแค่เช็ดผลิตภัณฑ์ที่ปกคลุมอยู่บนผิวหน้าเท่านั้น อย่าลืมตามด้วยคลีนเซอร์อีกครั้งนะคะสาวๆ เพื่อให้ผิวเราได้หายใจสะดวกค่ะ
4. เก็บผมให้เรียบร้อยก่อนทุกครั้งที่จะทำความสะอาดใบหน้า
คุณอาจจะบอกว่า อะไรเนี่ย ไร้สาระ แต่คุณรู้ไหมว่า การเก็บผมให้หมดเพื่อเปิดให้เห็นไรผม เราจะได้ทำความสะอาดใบหน้าได้ทุกซอกทุกมุม อย่าว่าไป สาวไหนมีสิวตามไรผม ตามกราม ตามหน้าผาก ก็เพราะไม่เก็บผมแล้วทำความสะอาดให้หมดเนี่ยล่ะ
5. แน่ใจนะว่าทำความสะอาดหน้าแล้ว 2 รอบ
เมื่อคุณเช็ดเครื่องสำอางออกแล้ว ให้ล้างหน้าตามอีก 2 รอบค่ะ รอบแรกล้างหน้าเพื่อล้างเครื่องสำอางออก จากนั้น ล้างอีกรอบ เพื่อให้ผิวหน้าเราสะอาดอย่างแท้จริง คุณสามารถนวดหน้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้ ในขั้นตอนการล้างหน้ารอบที่ 2 นี่ล่ะ สาวๆ
6. เช็ดลิปสติกออกก่อนเป็นอย่างแรก
การเช็ดเครื่องสำอางก็มีขั้นตอนตามลำดับนะ อย่างแรกที่ควรทำคือ เช็ดลิปสติกออกให้หมดเสียก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ไปเลอะส่วนอื่นของใบหน้า
7. ขั้นตอนที่ 2 เช็ดรอบดวงตา
จากนั้นมาเช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตา ซึ่งก็ต้องไม่ลืมว่ารอบดวงตานั้น บอบบางและละเอียดอ่อน เรากำลังเตือนคุณว่า คุณต้องเช็ดอย่างนุ่มนวลที่สุด และที่สำคัญอย่าถูไปมา อย่าขยี้ ! เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ให้เทน้ำยาเช็ดเครื่องสำอางลงบนสำลีให้ชุ่ม และเพียงแค่กดค้างไว้และตบเบา ๆ ลงบนดวงตาสักครู่เพื่อให้เครื่องสำอางค่อยๆ หลุดออก จากนั้นค่อยเช็ดออกเบาๆ
8. ปิโตรเลียมเจล สิ เวิร์คสุดๆ
หากคุณบล็อคตาแน่นมากๆ ด้วยเครื่องสำอางกันน้ำ ให้ใช้ ปิโตรเลียมเจล (หรือที่เราเรียกว่า วาสลีน ) สักเล็กน้อยเช็ด แล้วคุณจะประหลาดใจว่า ประสิทธิภาพของปิโตรเลียมเจลมันเกินคาดจริงๆ
9. สุดท้าย เช็ดเบสเครื่องสำอางที่ลงไว้ออกให้หมด
ขั้นตอนสุดท้ายคือการเช็ดเบส รองพื้น ออกให้หมด ด้วยน้ำยาเช็ดล้างเครื่องสำอาง แล้วตามด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำต่อทันที จากนั้นให้ใช้โทนเนอร์ และลงมอยส์เจอร์ไรเซอร์ปิดท้ายเพื่อรักษาความชุ่มชื่น
10. อบไอน้ำให้ผิวหน้า เป็นประจำ
หลังจากเช็ดเครื่องสำอางออกแล้ว ให้ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ จุ่มน้ำร้อนให้ชุ่ม จากนั้นทิ้งไว้สัก 2 – 3 วินาทีให้เย็นขึ้นหน่อย แล้วเอาผ้าอุ่นๆ โปะบนใบหน้า ปล่อยให้ไอน้ำร้อน เปิดรูขุมขน เพื่อขับสิ่งสกปรกออกมา
รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืม รักษาความสะอาดให้ดี เพื่อให้ผิวสวยๆ อยู่กับเราไปนานๆ ทำได้ตาม 10 ข้อนี้แล้ว หน้าไม่ใส ให้มันรู้ไปเซ่ะ
ที่มาจาก Beautyhigh
ขอบคุณ http://women.mthai.com/beautytipandtrick/204318.html
ภาพประกอบ www.tsgclub.com

20 กุมภาพันธ์ 2558

เวลาเครียด ทำไงดี?



      กลวิธีปราบความเครียดแบบเห็นผล (Woman's Story)

                ความเครียด เปรียบเสมือนเชื้อโรคร้ายอย่างหนึ่งเลยนะคะ ที่พร้อมจะเล่นงานร่างกาย และจิตใจเสมอ ถ้าคน ๆ นั้นเริ่มประสบพบเจอกับปัญหาต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิต ซึ่งสำหรับคนที่พลาดพลั้งก็จะโดนเจ้าความเครียดเล่นงานจนหงายหลังไปนอนในโรงพยาบาลหลายรายเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นหากรู้ตัวว่าคุณเริ่มมีความเครียด ก็ต้องจัดการให้หมดไป หรืออย่างน้อยให้ทุเลาลงได้บ้าง และนี่คือ 10 วิธีที่จะมาเป็นตัวช่วยให้คุณหายเครียดได้ค่ะ   
      หาเวลาส่วนตัว 

                ลองนั่งสมาธิเป็นประจำทุกวัน ไปยิมเพื่อออกกำลัง เล่นโยคะ หรืออ่านหนังสือดี ๆ สักเล่มก็ได้ เวลาที่คุณมีสมาธิ ได้ทำอะไรที่ตัวเองชื่นชอบ ช่วงนั้นจะสร้างที่พักในใจให้คุณ และทำให้จิตใจของคุณเป็นสุขอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้น

      หยุดคิดวนไปวนมา 

                จริงอยู่ คุณมีเรื่องสำคัญในใจ และต้องทำให้เสร็จ แต่เมื่อถึงเวลาคุณก็ควรจะพักเสียบ้าง ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาทำให้เสร็จให้ได้ อย่าลืมว่าช้า ๆ ได้พร้าเล่มงามนะคะ


         กินของดี ๆ 

                จะช่วยให้ร่างกายของคุณแข็งแรง พร้อมรับความเครียดได้ เลือกกินพวกผักผลไม้เป็นหลัก จะทำให้คลายเครียดได้ค่ะ

      ระบายด้วยการเขียน 

                ถ้าไม่รู้จะหาทางออกให้ชีวิตได้ยังไง วิธีที่ง่ายที่สุด และทำได้เลยก็คือ เขียนทุกอย่างที่คุณคิดลงบนกระดาษ เอาสิ่งที่คุณเครียดออกมาให้หมดดีกว่าเก็บเอาไว้จนมันระเบิดออกมานะคะ

      คิดเรื่องอื่น ๆ 

                หากคุณยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด แต่ถ้าหากทางแก้ไขได้ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าคุณก็อย่าลืมว่าในชีวิตยังมีเรื่องดี ๆ อย่างอื่นให้คิดได้อีก ลองปล่อยเรื่องนี้ และคิดเรื่องอื่น จะทำให้คุณค่อย ๆ ดีขึ้นได้



      ให้ความสำคัญกับตัวเอง 

                ตัวเองคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อไหร่ที่เครียด คุณควรจะสนใจตัวเองให้มากหน่อย อย่าปล่อยให้ตัวเองรู้สึกไม่ดี หาความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ใส่ตัวบ้าง เช่น ไปทำสปา หรือซื้อของดี ๆ ให้ตัวเอง เท่านี้ก็หายเครียดแล้ว


      อะไรให้เป็นระบบ 

                คุณควรทำทุกอย่างอย่างเป็นระบบ คิดให้ถี่ถ้วนว่าอะไรให้ผลลัพธ์อย่างไร และควรทำหรือไม่ควรทำ ถ้าหากคิดได้ถึงเหตุและผล คุณก็จะสบายใจและไม่เครียดมากเท่าที่ควรจะเป็นค่ะ

         ยอมรับมันซะ 

                เมื่อใดก็ตามที่มีอะไรรบกวน คุณควรจะยอมรับมันเสียก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นย้อนกลับมาคิดว่าเพราะอะไรจึงเกิดเรื่องนั้น ๆ ขึ้น หาสาเหตุของมัน แล้วคุณจะสบายใจเอง


      ความรัก 

                ความรักช่วยเรื่องความเครียดได้มากไม่น้อย เมื่อไหร่ที่เครียดมองหาใครก็ตามที่คุณรัก และรักคุณเท่านั้นความเครียดก็ลดไปจมเลยล่ะค่ะ


         หาเวลาอยู่กับครอบครัว 

                การได้พูดคุยกับครอบครัวจะทำให้คุณสบายใจมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องพูดถึงปัญหาก็ได้ แต่ขอให้ได้พูดเรื่องสนุก ๆ ไกล ๆ ตัว แค่นี้คุณก็จะมีความสุขแล้ว


คลายเครียด
  การทำสมาธิ
          มีหลายวิธีในการทำสมาธิ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีใดก็ตาม การฝึกทำสมาธิสามารถลดความเครียดได้อย่างมหาศาล และต่อสู้กับปฏิกิริยาในแง่ลบจากความเครียด และเมื่อคุณผ่อนคลาย คำตอบของปัญหาที่ทำให้คุณเครียด ก็จะมาถึงคุณเองในแบบที่ง่ายดายและชัดเจน
 พูดกับเพื่อน 
         การพูดสิ่งต่างๆ ออกมากับเพื่อนสามารถกระจายอารมณ์และความตึงเครียดของคุณออกมาได้ และช่วยคุณให้รู้สึกว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในปัญหาของตัวเอง และเพื่อนอาจถามคำถามที่สอดรู้สอดเห็นบางอย่าง ซึ่งจะทำให้คุณคิดถึงสถานการณ์ของตัวเองในแบบที่แตกต่างออกไป
 การพูดกับตัวเอง
         การพูดกับตัวเองในแง่ลบสามารถทำให้เกิดความเครียดได้มากกว่าที่คนส่วนใหญ่จะรู้ตัว เราหมายถึงเสียงเล็กๆ ในหัวของคุณที่ประเมินสิ่งต่างๆในแง่บวกหรือแง่ลบ และบอกคุณเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่คุณพบอยู่ และเกี่ยวกับตัวคุณเอง ลองเปลี่ยนจากการพูดกับตัวเองในแง่ลบ มาเป็นการพูดถึงตัวเองในแง่ดี มันอาจต้องใช้การสำรวจตัวเองเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเลือกคำพูดที่จะใช้กับตัวเอง แต่ผลที่ได้รับก็คือ ความรู้สึกมั่นใจและความเครียดที่ผ่อนคลายลง
 เรียนรู้ที่จะปฏิเสธ 
          ถ้าคุณรู้สึกว่ากำลังทำงานมากเกินไปและเครียดเกินไป มันอาจถึงเวลาที่คุณจะเรียนรู้วิธีที่จะบอกปฏิเสธกับผู้คนที่เรียกร้องเวลาจากคุณ การปฏิเสธจะทำให้คุณรู้สึกว่ามีอำนาจมากขึ้น และคุณสามารถป้องกันไม่ให้ชีวิตยุ่งเหยิงเกินไป จนวงจรความเครียดดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง คุณสามารถมองเข้าไปในตัวเองเพื่อดูว่าทำไมคุณจึงไม่เคยปฏิเสธใคร และใช้วิธีการใหม่เพื่อที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น
ฝึกการหายใจ 
           การหายใจเข้าลึกๆ เป็นการผ่อนคลายความเครียดที่ง่ายดาย และมีประโยชน์อย่างมากมายต่อร่างกาย รวมถึงการเติมออกซิเจนในเลือด ที่ช่วยปลุกสมองให้ตื่นตัว ผ่อนคลายกล้ามเนื้อและทำให้จิตใจความคิดสงบ การฝึกหัดหายใจสามารถทำได้ทุกหนทุกแห่ง และได้ผลอย่างรวดเร็วจนคุณสามารถ คลายเครียด ได้ในพริบตา
 การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ 
            ด้วยการเกร็งและคลายกลุ่มกล้ามเนื้อทั้งหลายในร่างกาย คุณสามารถผ่อนคลายความตึงเครียด และรู้สึกผ่อนคลายได้มากขึ้นในเวลาไม่กี่นาที โดยไม่ต้องมีการผึกฝนหรือเครื่องมือพิเศษใดๆ เริ่มด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อทั้งหมดบนใบหน้า แยกเขี้ยวและยิ้มค้างไว้ 10 วินาทีแล้วผ่อนคลาย 10 วินาที ทำซ้ำกับกล้ามเนื้อคอ ตามด้วยไหล่ และกล้ามเนื้ออื่นๆ คุณสามารถทำแบบนี้ทีไหนก็ได้ และขณะที่คุณทำ คุณจะพบว่าตัวเองผ่อนคลายได้เร็วกว่าและง่ายกว่า
 การออกกำลัง 
            คนจำนวนมากออกกำลังเพื่อควบคุมน้ำหนักและเพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี แต่การออกกำลังกับการจัดการความเครียดก็มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด การออกกำลังทำให้เราหันเหความสนใจไปจากสถานการณ์อันตึงเครียด เช่นเดียวกับเป็นทางออกของความหงุดหงิดคับข้องใจ  และทำให้คุณชื่นบานด้วยการหลั่งของเอ็นโดรฟิน

การฟังธรรมะ
            สำหรับชาวพุทธ การฟังธรรมะเป็นอย่างหนึ่งที่แก้เครียดได้นะคะ ปลายรุ้งลองมาแล้ว จึงของยกตัวอย่างเป็นคลิปวีดีโอนะค่ะ





ขอบคุณข้อมูล
http://health.kapook.com/view41044.html
http://women.mthai.com/women-variety/25246.html
ข้อมูล นิตยสาร LISA
ภาพประกอบ  
http://blog.th.88db.com/wp-content/uploads/2011/11/Excercising-005.jpg
http://www.imomsociety.com/library-beauty/photo/spaformom.jpg
http://www.tlcthai.com/women/wp-content/thumbnails/28816.jpg
http://p.isanook.com/ca/0/ud/186/931676/92359040.jpg

18 กุมภาพันธ์ 2558

สปาผิวใต้ตา กำจัดอาการตาบวม และความหมองคล้ำ

ถ้าต้องจัดลำดับความสำคัญของอวัยวะร่างกาย ดวงตาคงต้องจัดให้อยู่อันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ ดังนั้นถ้าดวงตาและผิวบริเวณรอบดวงตาเกิด อาการบวม อักเสบ หรืออ่อนล้า เราคงต้องรีบหาวิธีปรนเปรอดวงตาคู่นี้กันไว้บ้างแล้วล่ะ
1 แตงกวา : นำผลแตงกวาแช่เย็น แล้วฝานเป็นชิ้นกลมบาง 2 ชิ้น นำมาวางบนเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แตงกวาจะช่วยฟื้นฟูและผ่อนคลายอาการล้าของดวงตาได้เป็นอย่างดี ส่วนความเย็นช่วยลดการอักเสบและบวมใต้ตา
2 นมสดเย็น : นำสำลีจุ่มลงในนมสดเย็น แล้วนำมาประคบที่เปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที นมสดช่วยให้ดวงตาได้รับความชุ่มชื่นอย่างเต็มที่ ส่วนความเย็นช่วยลดอาการบวมถุงใต้ตา
3 มันฝรั่ง : นำมันฝรั่งทั้งลูกมาล้างให้สะอาด (แช่ตู้เย็นประมาณ 2-3 นาที) ฝานมันฝรั่งเป็นชิ้นกลมบาง 2 ชิ้น นำมาวางประคบบริเวณถุงใต้ตา ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ15-20 นาที ช่วยลดอาการบวมและอักเสบถุงใต้ตา
4 ไข่ขาว : นำไข่ขาวกับแปรงแต่งหน้า ทารอบบริเวณดวงตา ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น ถูเบาๆ จนสะอาด ไข่ขาวจะช่วยดึงสิ่งสกปรกบริเวณรอบดวงตาออกได้อย่างสะอาด และลดอาการบวมถุงใต้ตา
5 น้ำผึ้งบริสุทธิ์ : การมาส์กผิวใต้ตาด้วยน้ำผึ้ง ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวบริเวณใต้ตาจะมีความนุ่ม เต่งตึง ช่วยลดริ้วรอยและความหมองคล้ำใต้ตาได้
6 ถุงชาเขียวแช่เย็น : นำถุงชาที่แช่ในตู้เย็นหรือน้ำเย็นวางโปะเอาไว้บริเวณถุงใต้ตาที่บวมขึ้นมา ประมาณ 15 นาที สารแทนนินและสารโพลีธีโนลล์ที่มีอยู่ในชาเขียว ช่วยทำให้ผิวใต้ตาหดตัวลง และช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้น
7 ช้อนแช่เย็น : วิธีนี้เหมาะสำหรับตอนเช้า นำช้อนสเตนเลสที่แช่เย็นไว้ มาประคบบริเวณผิวใต้ตา ไม่ควรใช้ช้อนสเตนเลสที่เย็นจัด หากไม่มีช้อนสเตนเลส สามารถใช้แก้วน้ำ น้ำแข็ง และผ้าเย็น ใช้แทนได้เช่นกัน
ขยับนิด กระพริบหน่อย บริหารกล้ามเนื้อดวงตา
อีกหนึ่งเคล็ดลับการปรนเปรอดวงตาคู่งามแค่ทำเป็นประจำวันละ 10 นาที ก็สามารถช่วยผ่อนคลายดวงตาที่อ่อนล้าระหว่างวัน จากการจ้องมองจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
ขอบคุณภาพประกอบ : http://www.istockphoto.com/
เนื้อหาโดย นิตยสาร แม่บ้าน
ข้อมูลจาก http://women.sanook.com/34017/

14 กุมภาพันธ์ 2558

เคล็ด(ไม่)ลับ..สำหรับแม่บ้าน เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้ง่ายขึ้นทันตา

การทำงานบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น เราจึงควรจะมีเคล็ดลับสักเล็กน้อย เพื่อช่วยให้การทำงานบ้านสะดวกยิ่งขึ้น ตามมาดูกันนะคะว่าเคล็ดลับสำหรับแม่บ้านที่เรานำมาฝากวันนี้มีอะไรกันบ้าง
เคล็ด(ไม่)ลับ..สำหรับแม่บ้าน เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้ง่ายขึ้นทันตา
เคล็ด(ไม่)ลับ..สำหรับแม่บ้าน เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้ง่ายขึ้นทันตา
ต้มปลาให้ก้างอ่อนยุ่ย
หากที่บ้านมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ก็ควรจะทำอาหารที่ย่อยง่ายไม่เป็นอุปสรรคในการกินมากเกินไป ซึ่งถ้าต้องการทำต้มปลาให้ก้างอ่อนยุ่ยให้ลองนำอ้อยมาปอกเปลือกให้สะอาดแล้วตัดเป็นเสี้ยวๆ จากนั้นวางลงในหม้อที่ต้มปลา นำปลามาวางทับเติมน้ำให้พอดีตั้งไฟสัก 40 นาที จะทำได้ปลาที่มีเนื้อแน่นและก้างปลาที่อ่อนยุ่ยรับประทานง่าย
เคล็ด(ไม่)ลับ..สำหรับแม่บ้าน เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้ง่ายขึ้นทันตา
เคล็ด(ไม่)ลับ..สำหรับแม่บ้าน เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้ง่ายขึ้นทันตา
ขจัดสนิมเกาะเตารีด
เตารีดที่ใช้มานานจนทำให้มีสนิทหรือคราบฝังแน่นเกาะที่หน้าเตารีด มักจะขจัดออกได้ยากและอาจจะทำให้เสื้อผ้าเป็นรอยด่างได้ ลองเอาผ้าห่อขี้ผึ้งไว้หนึ่งผืนและอีกหนึ่งผืนให้โรยเกลือป่นไว้บนผ้าแล้วเปิดเตารีดให้ร้อนจากนั้นรีดทับลงบนห่อขี้ผึ้ง รีดบนผ้าที่โรยเกลือไว้ ทำหลายๆ เที่ยวจนกว่าสนิมหรือรอยดำที่ติดอยู่บนเตารีดจะหมดไป
เคล็ด(ไม่)ลับ..สำหรับแม่บ้าน เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้ง่ายขึ้นทันตา
เคล็ด(ไม่)ลับ..สำหรับแม่บ้าน เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้ง่ายขึ้นทันตา
เคล็ดลับน่ารู้ในการขจัดคราบรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า
- รอยเปื้อนบนสนิมเหล็ก ลองใช้เกลือและมะนาวผสมรวมกัน จากนั้นทาลงบนรอยเปื้อน รอสักครู่แล้วนำไปซัก
- รอยเปื้อนน้ำหมึกบนเสื้อ ใช้มะเขือเทศมาขยี้ลงบนรอยเปื้อนทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นค่อยนำไปซัก
- รอยเปื้อนของคราบเลือด นำน้ำเย็นมาผสมกับแป้งมัน คนให้ส่วนผสมเข้ากันจนข้นแล้วพอกไว้บนรอยเลือดที่เปื้อนทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง ค่อยนำไปซัก
- รอยเปื้อนลิปสติกบนเสื้อ ลองใช้น้ำมันยูคาลิปตัสเช็ดบริเวณที่เปื้อน จนกว่ารอยลิปสติกจะจางลงแล้วนำไปซัก
เคล็ด(ไม่)ลับ..สำหรับแม่บ้าน เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้ง่ายขึ้นทันตา
เคล็ด(ไม่)ลับ..สำหรับแม่บ้าน เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้ง่ายขึ้นทันตา
- รอยเปื้อนกาวที่ติดบนเสื้อ หากมีรอยเปื้อนกาวที่ซักออกยากลองใช้น้ำส้มสายชูเช็ดที่รอยเปื้อนแล้วนำมาแช่ในน้ำเย็น จากนั้นจึงซักตามปกติ- รอยเปื้อนคราบชา กาแฟ  รอยเปื้อนคราบชา กาแฟ ถ้าเป็นไปได้ควรรีบเทน้ำเดือดลงบนรอยเปื้อนเพราะจะทำให้รอยนั้นจางลงได้ง่ายแล้วค่อยนำไปซักในน้ำอุ่นกับสบู่
ทำความสะอาดห้องน้ำกระเบื้อง
เอาเกลือแกงโรยลงบนแปรงขัดห้องน้ำสักเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ขัดพื้นให้ทั่ว จากนั้นตามด้วยผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำที่ใช้เป็นประจำ
เคล็ด(ไม่)ลับ..สำหรับแม่บ้าน เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้ง่ายขึ้นทันตา
เคล็ด(ไม่)ลับ..สำหรับแม่บ้าน เปลี่ยนเรื่องยุ่งยากให้ง่ายขึ้นทันตา
เคล็ดลับถุงน่องไม่รัน
หากคุณมีปัญหากับถุงน่องเจ้าปัญหาที่ใส่แล้วชอบรันบ่อยๆ ลองนำถุงน่องที่ซื้อมาใหม่ไปแช่ไว้ช่องฟรีซ รอจนกว่าจะเป็นน้ำแข็ง แล้วนำออกมาวางไว้ข้างนอกรอจนกว่าน้ำแข็งจะละลายหมดแล้วนำไปตากแดดจนแห้ง เพียงเท่านี้ถุงน่องก็จะมีความเหนียวมากกว่าปกติ ไม่รันขาดง่ายแล้ว
เป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่าสารพัดเคล็ดลับที่เรานำมาฝากกันนี้จะทำให้การทำงานบ้านของคุณง่ายดายยิ่งขึ้น ตั้งแต่เรื่องในครัวจนกระทั่งเสื้อผ้า ยังไงแล้วก็อย่าลืมนำไปทำตามกันบ่อยๆ นะคะ

พฤติกรรมที่ทำร้ายผิวสาววัยเลข 3 ให้แก่เร็ว


ผู้หญิงเราเรียกได้ว่าทุกวัยเลยก็ว่าได้ที่กลัวริ้วรอยมาเยือนก่อนวัย เพราะความแก่ฟังทีไรมักทำให้ใจหาย ทำให้เราหมดสวยและหมดความมั่นใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังทำลายสิ่งดีๆ ในตัวเราอีกหลายอย่าง

เพราะบางคนความสวยอ่อนเยาว์นี่แหละที่กลายเป็นเสน่ห์และกลายเป็นจุดดึงดูดสิ่งดีต่างๆ เข้ามาในชีวิต แต่ขณะเดียวกัน หากเราเผลอดูแลตัวเองไม่ดีหรือมีพฤติกรรมย่ำแย่ โดยเฉพาะกับสาววัยเลข 3 ด้วยแล้ว รู้ไว้เลยนะคะว่าสภาพผิวของคุณอาจจะร่วงโรยราและมีริ้วรอยก่อนวัยเกิดขึ้นเร็วก็เป็นได้ ดังนั้น หากไม่อยากแก่ก่อนวัยรีบมาดูพฤติกรรมทำร้ายผิวของสาววัยเลข 3 ให้แก่เร็วกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง รู้แล้วจะได้รีบเลี่ยงกันตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นเอง


พฤติกรรมที่ทำร้ายผิวสาววัยเลข 3 ให้แก่เร็ว

1.ไม่ชอบล้างเครื่องสำอาง
สาววัยเลข 3 ชอบแต่งหน้ากันมาก แต่หากรักการแต่งหน้าอย่างเดียว แต่กลับขี้เกียจล้างเครื่องสำอางออกให้สะอาดหมดจดก่อนนอน รู้ไว้ซะว่านี่คือ สาเหตุของการเกิดสิวและริ้วรอยในคราวเดียวกัน มันเป็นการทำร้ายผิวอย่างไม่น่าให้อภัยสุดๆ ดังนั้น หากไม่อยากแก่เร็ว หันมาล้างเครื่องสำอางออกก่อนนอนทุกคืนจะดีกว่า


พฤติกรรมที่ทำร้ายผิวสาววัยเลข 3 ให้แก่เร็ว

2.สครับผิวรุนแรง
การสครับผิวแบบรุนแรงและบ่อยเกินไปเป็นการรบกวนสุขภาพผิวดีๆ นี่เอง เพราะทำให้ผิวแห้งเสียซึ่งเกิดจากการเสียดสีรุนแรง และยังทำให้เสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวได้ด้วย แนะนำให้สครับแบบพอดีสัปดาห์ละครั้ง ที่สำคัญควรสครับแบบเบามือด้วยจะได้ถนอมผิวให้อ่อนเยาว์ไปนานๆ


พฤติกรรมที่ทำร้ายผิวสาววัยเลข 3 ให้แก่เร็ว

3.ไม่ชอบดื่มน้ำและกินอาหารไม่เหมาะสม
อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำลายผิวแบบไม่รู้ตัวก็คือ คุณชอบกินอาหารที่ไร้ประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารขยะที่อุดมด้วยแป้ง ไขมันและน้ำตาลสูง ยิ่งขนมหวานและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยแล้วยิ่งจะทำลายผิวให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นเร็วมากขึ้น ทั้งยังไม่ชอบดื่มน้ำอีกด้วย นอกจากร่างกายจะไม่ได้รับวิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อต่อต้านริ้วรอยอย่างเพียงพอแล้ว การไม่ดื่มน้ำยังเป็นตัวการทำให้ผิวแห้งและเกิดริ้วรอยเร็วอย่างเห็นได้ชัดแท้จริงด้วยนะ


พฤติกรรมที่ทำร้ายผิวสาววัยเลข 3 ให้แก่เร็ว

4.ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหมาะสม
สาววัยเลข 3 ควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวหน้าสำหรับวัยเลข 3 โดยเฉพาะ เพราะจะได้รับสารอาหารสำคัญที่มีบทบาทในการต่อต้านริ้วรอยในตัวด้วย ผิวของคุณก็จะได้รับการเติมเต็มอาหารผิวอย่างครบถ้วนและทำให้ผิวสวยเต่งตึงได้แล้ว ดังนั้น หยุดใช้ครีมบำรุงแบบสะเปะสะปะที่ไม่ได้เหมาะสมกับช่วงวัยกันได้แล้วนะคะ


พฤติกรรมที่ทำร้ายผิวสาววัยเลข 3 ให้แก่เร็ว

นอกจากนี้ คุณยังควรเลี่ยงพฤติกรรมการนอนดึก หรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอรวมถึงการสูบบุหรี่ด้วย เพราะพฤติกรรมดังกล่าวล้วนแล้วแต่จะยิ่งทำลายผิวของสาววัยเลข 3 ให้ยิ่งแก่เร็วก่อนวัยอันควรมากขึ้นนั่นเองค่ะ

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...